ผบ.สส.เมียนมาตำหนิ “การกล่าวหาโดยไม่มีมูล” เรื่องโรฮีนจา

พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา กล่าวถึง “การวิพากษ์วิจารณ์ที่ปราศจากหลักฐาน” เกี่ยวกับกรณีของชาวโรฮีนจานั้น ทำลายชื่อเสียงของประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่าหนังสือิพมพ์อาซาฮีฉบับวันศุกร์ที่ผ่านมา เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของพล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ซึ่งเป็นกรณีไม่บ่อยครั้งนักที่พล.อ.มิน อ่อง หล่าย จะให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมากล่าวในตอนหนึ่งว่า การกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ถือเป็นการทำร้ายศักดิ์ศรีของประเทศ

ขณะเดียวกัน พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการประเมินตัวเลขของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ที่ระบุว่าชาวโรฮีนจามากกว่า 700,000 คน หลบหนีออกจากรัฐยะไข่ไปยังบังกลาเทศ ตั้งแต่เดือนส.ค. 2560 ซึ่งพล.อ.มิน อ่อง หล่าย กล่าวว่ากองพไม่ได้ “กดขี่ข่มเหง” ชาวโรฮีนจา และกล่าวด้วยว่าชาวโรฮีนจาที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อตะวันตกนั้น “พูดไปในทางเดียวกัน” ราวกับ “เตรียมการไว้แล้ว”

ด้านนายฟิลิปโป กรานดี ข้าหลวงใหญ่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) กล่าวว่ายังไม่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ดังกล่าว แต่รัฐบาลพลเรือนเมียนมาของนางออง ซาน ซูจี ลงนามในเอกสารฉบับหนึ่งกับสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ยอมรับว่ามี “เหตุการณ์รุนแรง” ในรัฐยะไข่ ส่วนผู้ที่ลี้ภัยไปยังบังกลาเทศ “มีสิทธิ์” เดินทางกลับมายังเมียนมาทุกคน ทว่าข้อตกลงไม่ได้ระบุประเด็นสัญชาติของชาวโรฮีนจาอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยูเอ็นเอชซีอาร์ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ( ไอโอเอ็ม ) และรัฐบาลบังกลาเทศ ออกแถลงการณ์ร่วมกันเป็นฉบับที่ 3 ตั้งเป้าหมายระดมุทน 920 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 28,704 ล้านบาท ) เพื่อจัดสรรความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่ผู้ลี้ภัยมากกว่า 900,000 คน ซึ่งหลบหนีมาจากเมียนมา และชาวบังกลาเทศอีกมากกว่า 330,000 คนซึ่งร่วมให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยมาตลอด