รัฐบาลฝรั่งเศสยอมถอย ระงับขึ้นราคาเชื้อเพลิง’6เดือน’

นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสประกาศประนีประนอมกับประชาชน ด้วยการชะลอมาตรการปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิง “อย่างน้อย 6 เดือน” ซึ่งเป็นชนวนเหตุของการประท้วงขับไล่รัฐบาลตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ว่านายกรัฐมนตรีเอดูอาร์ ฟิลิป แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อวันอังคาร ว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวฝรั่งเศสทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างหนักแก่ประชาชนส่วนใหญ่ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงขอระงับมาตรการปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิงทั้งเบนซินและดีเซล ซึ่งเดิมทีจะให้มีผลตั้งแต่วันที่  1 ม.ค. 2562 “ออกไปก่อนอย่างน้อย 6 เดือน” ขณะเดียวกัน ฟิลิปยืนยันว่ารัฐบาลจะระงับแผนการขึ้นราคากระแสไฟฟ้าต่อหน่วย และการยกระดับมาตการควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซต์ของยานพาหนะออกไปก่อน “เพื่อให้มีการเจรจา” 

การแถลงของฟิลิปเกิดขึ้นหลังการหารืออย่างเคร่งเครียดกับประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ตลอดทั้งวันจันทร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามฝ่ายต่อต้านซึ่งรวมตัวกันเป็นแนวร่วมในนาม “เสื้อกั๊กสีเหลือง” ยังไม่มีโอกาสเจรจาแบบพบหน้าอย่างเป็นทางการกับรัฐบาล โดยต่างฝ่ายต่างอ้างเหตุผลเรื่อง “ความปลอดภัย” ทั้งนี้ แนวร่วมเสื้อกั๊กสีเหลืองจัดการประท้วงรายสัปดาห์เพื่อคัดค้านนโยบายดังกล่าวของมาครงตั้งแต่กลางเดือนพ.ย.นี้ ซึ่งสถานการณ์ต่อต้านเกิดขึ้นทั่วประเทศและบานปลายเป็นการจลาจลอย่างดุเดือดที่สุดในรอบหลายสิบปี ที่ช็องเซลีเซ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 100 คน และถูกจับอีกมากกว่า 400 คนเฉพาะในกรุงปารีส ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่อย่างน้อย 4 คน เป็นสถิติจากทั่วประเทศ
 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่ผู้นำหนุ่มวัย 40 ปี ยังคงปฏิเสธพบกับผู้ประท้วงด้วยตัวเอง แม้ลงพื้นที่ช็องเซลีเซเมื่อวันจันทร์ กลับกลายเป็นการยังคงสร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนจำนวนมาก โดยผลสำรวจจากสำนักโพลหลายแห่งเป็นไปในทางเดียวกันว่า 2 ใน 3 ของชาวฝรั่งเศสสนับสนุนการเคลื่อนไหวของแนวร่วมเสื้อกั๊กสีเหลือง ที่มีรายงานว่าอาจยังคงมีการเคลื่อนไหวกันต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่แท้จริง นั่นคือ “การยกเลิก” การขึ้นราคาเชื้อเพลิงในครั้งนี้ ไม่ใช่ “การระงับเพียงชั่วคราว”.